
Melasma Personalized
โปรแกรมรักษาฝ้าเฉพาะบุคคล
เพราะเราเข้าใจปัญหา จึงต้องออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล
บอกลา การรักษาฝ้า แบบวนลูปไม่จบ

ฝ้า (Melasma หรือ Chloasma) คือ ภาวะที่เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ใต้ผิวหนังทำงานมากผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม สีเทา หรือสีดำ ที่มีขอบเขตไม่ชัดเจน มักพบบริเวณที่สัมผัสแสงแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก และเหนือริมฝีปาก แม้ว่าฝ้าจะรักษาให้หายขาดได้ยาก แต่ก็สามารถควบคุมและทำให้รอยจางลงได้มากหากเข้าใจและรักษาอย่างถูกวิธี
สาเหตุหลักของการเกิดฝ้า
ฝ้าเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์สร้างเม็ดสีและการทำงานที่มากเกินไป โดยมีปัจจัยกระตุ้นหลักดังนี้
ฝ้าแสงแดด (UV, Visible Light, แสงสีฟ้า) เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญที่สุด แสงแดดจะกระตุ้นเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ให้ผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้นเพื่อปกป้องผิว ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย
ฝ้าฮอร์โมน มีความสัมพันธ์ชัดเจนกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง เช่น การตั้งครรภ์ (มักเรียกว่า Chloasma หรือ "หน้ากากการตั้งครรภ์")
ฝ้ากรรมพันธุ์ มีการค้นพบว่าผู้ที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่มียีนที่เอื้อต่อการเกิดฝ้าอยู่แล้ว
ปัจจัยอื่น ๆ ความร้อน (จากการทำงานหน้าเตา), เครื่องสำอางที่มีสารระคายเคือง, หรือภาวะความเครียด ก็สามารถเป็นตัวกระตุ้นได้

ชนิดของฝ้า
รู้จักความลึกเพื่อการรักษาที่ตรงจุด การแบ่งชนิดของฝ้าตามความลึกของเม็ดสี จะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

โปรแกรมรักษาฝ้าเฉพาะบุคคล Melasma Personalized ที่ Vdesign Clinic
แพทย์วิเคราะห์ ประเมิน วางแผนรักษาตรงจุด และอธิบายรายละเอียดการรักษาอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจและร่วมตัดสินใจในทุกขั้นตอนการดูแล เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

1. โปรแกรม Pico Melasma
โปรแกรมเลเซอร์รักษาฝ้า Pico Melasma Laser นวัตกรรมการลดเลือนฝ้าอย่างอ่อนโยน
ปัญหาฝ้าเป็นปัญหาผิวที่ซับซ้อนและเรื้อรัง การรักษาด้วยเลเซอร์แบบเดิมมักมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดรอยดำหลังการรักษา (Post-Inflammatory Hyperpigmentation: PIH) หรือทำให้ฝ้าเข้มขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงระดับ "Picosecond Laser" หรือ Pico Laser ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การรักษาฝ้าโดยเฉพาะ ด้วยกลไกที่แม่นยำและอ่อนโยนต่อผิว

Pico Laser ทำงานอย่างไรกับการรักษาฝ้า?
Pico Laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงในช่วงเวลาที่สั้นมากในระดับ Picosecond (1 ในล้านล้านวินาที) ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าเลเซอร์แบบดั้งเดิม (Q-Switched Laser) ถึง 1,000 เท่า ทำให้เกิดกลไกที่เรียกว่า Photoacoustic Effect (แรงกระแทกจากแสง) แทนการใช้ความร้อนเป็นหลักในการทำลายเม็ดสี
ทำลายเม็ดสีอย่างละเอียด พลังงานที่รวดเร็วและสูงนี้จะมุ่งเป้าไปที่เม็ดสีเมลานินที่ก่อให้เกิดฝ้าโดยเฉพาะ ทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมาก (Micro-Particles) จนเม็ดเลือดขาวของร่างกายสามารถเข้ามากำจัดและขับออกไปได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ลดความเสี่ยงผิวไหม้ การทำงานที่เน้นแรงกระแทกแทนความร้อน ทำให้เกิดการสะสมความร้อนในผิวหนังโดยรอบน้อยมาก ลดโอกาสการเกิด PIH หรืออาการฝ้าเข้มขึ้นหลังทำเลเซอร์ ซึ่งเป็นข้อดีที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่เป็นฝ้า
จุดเด่นของโปรแกรม Pico Melasma Laser
- โปรแกรม Pico Laser ไม่ได้เพียงแค่ลดเลือนฝ้า แต่ยังช่วยฟื้นฟูผิวในด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกัน
- รักษาฝ้าได้อย่างแม่นยำ สามารถจัดการกับเม็ดสีที่อยู่ได้ทั้งฝ้าตื้น (ชั้นหนังกำพร้า) และฝ้าลึก (ชั้นหนังแท้)
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พลังงานเลเซอร์ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ได้
- ความอ่อนโยนสูง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวคนไทยและผิวที่ไวต่อความร้อน โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยดำหลังทำน้อยกว่าเลเซอร์รุ่นเก่ามาก
- พักฟื้นน้อย (Minimal Downtime) ผู้เข้ารับการรักษาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

2.โปรแกรม V Melasma White
โปรแกรมกลุ่มฉีด นวัตกรรมรวมอาหารผิวที่จะช่วยปรับสภาพผิว กระตุ้นสร้างคอลลาเจน ปรับสีผิวให้สว่างและดูสม่ำเสมอ มีส่วนประกอบหลัก คือ Glutathione, PDRN, Vitamin B3, Vitamin C, Hyaluronic Acid (HA) และมีวิตามินบำรุงผิวและแร่ธาตุมากถึง 57 ชนิด ที่จะทำหน้าที่ในการต้านสารอนุมูลอิสระ ฟื้นฟูสภาพผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ฝ้ากระ แลดูจางลง

3.โปรแกรม Mela White Radiance
โปรแกรมรักษาฝ้า Mela White Radiance กลไกการลดฝ้า (Whitening Mechanism) ที่ยับยั้ง Plasmin (พลาสมิน) โดยรังสี UV จากแสงแดดจะกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้ผลิตสารที่เรียกว่า Plasminogen Activator ซึ่งไปกระตุ้นการสร้างพลาสมิน เมื่อมีพลาสมินมากขึ้น จะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin)
สรุปคือการเข้าไปยับยั้งกิจกรรมของพลาสมิน ทำให้กระบวนการที่นำไปสู่การสร้างเม็ดสีถูกยับยั้งลง

เลือกคลินิกรักษาฝ้าที่ไหนดี?
การรักษาฝ้าแต่ละคลินิกผลลัพธ์ต่างกัน เนื่องจากการวิเคราะห์ปัญหา การวางแผนการรักษา การเลือกใช้โปรแกรมการรักษา และเทคนิคที่เลือกใช้ในแต่ละคลินิกแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแพทย์ที่ทำการรักษา ฉะนั้น ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำการรักษามีผลต่อการรักษาโดยตรง
ดังนั้นการรักษาฝ้า ไม่ใช่ปัญหาผิวที่รักษาได้ด้วยโปรแกรมเดียว ต้องรักษาแบบวางแผนเฉพาะบุคคล เพราะหัวใจสำคัญของการรักษาอยู่ที่ความแม่นยำในการวิเคราะห์ปัญหา เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด

รักษาฝ้า ที่ Vdesign Clinic ทำไมผลลัพธ์จึงแตกต่าง?
- เทคนิคเฉพาะบุคคล วิเคราะห์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน และวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์เฉพาะ ตามประเภทของฝ้า เพื่อการดูแลที่แม่นยำและเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ
- เทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้บริการด้วยเครื่องมือแพทย์ เครื่องเลเซอร์ ตัวยาหัตถการฉีด รวมถึงเทคนิคต่างๆ ที่เลือกใช้ ที่ได้รับการรับรอง สถานพยาบาลได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย
- แพทย์มากประสบการณ์ วางแผนแม่นยำ วิเคราะห์ ประเมิน และอธิบายรายละเอียดการรักษาที่ซับซ้อนอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจและร่วมตัดสินใจในทุกขั้นตอนการดูแล เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
รีวิวการรักษาฝ้า ที่ Vdesign Clinic




FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: ฝ้าสามารถรักษาให้หายขาดได้ 100% หรือไม่?
A: ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรัง ที่มักจะกลับมาเป็นซ้ำได้เนื่องจากปัจจัยกระตุ้นยังคงอยู่ (เช่น แสงแดดและฮอร์โมน) เราสามารถทำให้ฝ้าจางลงจนแทบมองไม่เห็น และสามารถ "ควบคุม" ไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ ด้วยการดูแลรักษาที่ต่อเนื่องและเหมาะสม
Q: ปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นคืออะไร?
A: แสงแดดและรังสี UV รวมถึงแสงที่ตามองเห็น (Visible Light) และความร้อน แสงเหล่านี้จะกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานหนักขึ้น ดังนั้น การปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเคร่งครัด จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาฝ้า
Q: ฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ หรือยาคุมกำเนิดจะหายเองได้หรือไม่?
A: ฝ้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วง ตั้งครรภ์ มีโอกาสที่จะจางลงได้เองหลังคลอดบุตรหรือหลังหยุดยาคุมกำเนิด แต่หากไม่ได้รับการป้องกันแสงแดดที่ดี ฝ้านั้นอาจกลายเป็นฝ้าถาวรที่ต้องรักษาต่อไป
Q: ถ้าเป็นฝ้า ควรทาครีมกันแดดแค่ไหนถึงจะพอ?
A: ควรใช้ครีมกันแดดชนิด Broad Spectrum ที่มีค่า SPF 50+ และ PA+++ ขึ้นไป และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทาซ้ำ ทุก 2-4 ชั่วโมง หากมีกิจกรรมกลางแจ้งหรือเหงื่อออกมาก แม้จะอยู่ในที่ร่มก็ควรทาเพื่อป้องกันแสงที่ลอดผ่านหน้าต่าง
Q: การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ (เช่น Pico Laser) ดีกว่าการทายาอย่างไร?
A: การทายาช่วยลดการสร้างเม็ดสีที่ผิวชั้นบนได้ดี แต่การใช้เลเซอร์สมัยใหม่ (เช่น Pico Laser) จะใช้พลังงานความเร็วสูงไป ทำลายเม็ดสีในระดับลึก ให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กละเอียด เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งมักใช้ควบคู่กับการทายาเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
Q: ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะเห็นว่าฝ้าจางลง?
A: การรักษาฝ้าต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ หากใช้ยาทาฝ้าที่ถูกต้อง มักจะเริ่มเห็นผลลัพธ์แรกในช่วง 4-8 สัปดาห์ ส่วนการรักษาด้วยเลเซอร์ มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส 4-10 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับความลึกและความรุนแรงของฝ้า

