skip to Main Content

ศัลยกรรมคาง

ปัญหารูปหน้าไม่ได้สัดส่วนสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาคางสั้น คางตัดหรือคางหลุบเข้าไปข้างใน ทำให้โครงหน้าไม่ได้รูปสวยงาม โดยแพทย์จะใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ที่เตรียมรูปทรงให้รับกับใบหน้าไว้แล้วที่บริเวณคางของคนไข้ โดยซิลิโคนที่ใช้จะเป็นของกาหลีผ่านการรับรองมาตรฐาน ซึ่งมีความนิ่มและมีหลากหลายไซส์โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม และจะเลือกและดีไซน์ให้เข้ากับรูปหน้าคนไข้มากที่สุด

ผู้ที่เหมาะกับบริการนี้ ผู้ที่มีปัญหาคางหลุบ คางสั้น รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน ขาดมิติของใบหน้าส่วนล่าง ผู้ที่มีคางสั้น คางเล็ก คางไม่มีความนูน หรือคางร่นมาด้านหลัง ทำให้ใบหน้าดูกลม หน้าสั้น ส่วนกลางของใบหน้าดูกว้าง ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ที่ไม่สวยงาม ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขโดยการเสริมคาง ทำให้สามารถมองเห็นรูปคางได้ชัดเจน ใบหน้าส่วนล่างก็จะดูมีมิติ สมดุลดีขึ้น
ผลลัพธ์ คางยาวขึ้น ปรับรูปหน้าให้ได้รูป ได้สัดส่วนองค์ประกอบที่เหมาะสมมากขึ้น
ระยะเวลาในการให้บริการ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลลัพธ์ในทันที และเห็นผลแน่ชัด 3-6 เดือนหลังทำ

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

  1. การเปิดแผลภายนอก (Extraoral Technique) มีความนิยมจะน้อยกว่าเพราะมักจะหลงเหลือแผลเป็นเอาไว้หลังจากที่แผลหายสนิทแล้วโดยแพทย์จะเปิดแผลที่บริเวณใต้คาง (ทั้งนี้รอยแผลหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) แต่แพทย์สามารถผ่าตัดได้ง่าย เพราะสามารถหลีกเลี่ยงเส้นประสาทและกล้ามเนื้อเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามโดยตรง แผลยาวประมาณ 2-3 ซม. แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลนูนหรือ Keloid
  2. การเปิดแผลในปาก (Intraoral Technique) โดยเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลก็จะประมาณ 2 – 3 ซม. ตรงบริเวณของเหงือก กับริมฝีปากล่างซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะจะทำให้ไม่เห็นแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เพราะการทำผ่าตัดในช่องปาก เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการมีแผลผ่าตัดภายนอก

ขั้นตอนการบริการ

  1. คนไข้นัดตรวจปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนการผ่าตัด
  2. วันผ่าตัด เมื่อมาถึงคลินิกและจัดการเอกสารและค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาไปถ่ายภาพเพื่อใช้ทางการแพทย์ จากนั้นขึ้นเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
  3. คนไข้ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรวมถึงแปรงฟันบ้วนปากให้เรียบร้อย (กรณีเปิดแผลในปาก)
  4. แพทย์จะทำการวัดสัดส่วนขนาดของคางเดิม และ ใบหน้าโดยรวมเพื่อดีไวน์คางใหม่ให้รับกับใบหน้า
  5. แพทย์ฉีดยาชาในส่วนของคางทั้งหมด ทำการเปิดแผลแล้วแต่วิธีว่าเปิดภายในหรือภายนอกแพทย์จะทำการเปิดช่องว่างเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปตามตำแหน่งที่วัดไว้ เมื่อตรงตามตำแหน่งแล้วแพทย์จะทำการเย็บชั้นกล้ามเนื้อรวมถึงเย็บปิดบาดแผล กรณีแผลในปากจะเย็บแผลด้วยไหมละลาย
  6. แพทย์ทำการปิดพลาสเตอร์รอบคางเพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่กับที่
  7. คนไข้พักฟื้นและประคบเย็นบริเวณคางที่ห้องพักฟื้น เป็นเวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นสามารถกลับบ้านได้
  8. แพทย์จะนัดเข้ามาเพื่อติดตามผลการรักษา 7 วัน(กรณีแผลภายนอก), 1เดือน(กรณีแผลภายใน), 3เดือน, 6เดือน

 

ระยะเวลาการพักฟื้น

หลังการผ่าตัดจะมีอาการบวมหรืออาการเชียวช้ำได้ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยจะมากกว่าที่สุด 3-4 วัน และจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เสริมคางแผลภายนอก ตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด / เสริมคางแผลภายใน ไม่ต้องตัดไหมเนื่องจากใช้ไหมละลาย โดยไหมที่เย็บแผลจะค่อยๆหลุดออกได้เอง ประมาณ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไปจนหมด

ขั้นตอนการบริการ

30 นาที

ฉีดยาชา แบบ Painless

ไม่ต้องนอนพักฟื้น

ไม่ต้องตัดไหม

1 สัปดาห์

2 สัปดาห์

ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  1. เตรียมร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีการเจ็บป่วย หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการรับการผ่าตัด ยาโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด หรือประวัติการแพ้ยา
  2. งดอาหารเสริมหรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดแก่แพทย์ถึงยาและอาหารเสริมรวมทั้ง สมุนไพรที่คุณรับประทานอยู่ ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, Coumadin, Plavix,  วิตามินอี, น้ำมันตับปลา,  ใบแปะก้วย หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น Voltaren, Brufen ฯลฯ ต้องหยุดยาอย่างน้อย 7-14 วันก่อนผ่าตัด
  3. กรณีผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ กินอาหารให้พออิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เพราะหลังการศัลยกรรมแล้วมักกินอะไรไม่ได้มาก
  4. แปรงฟัน บ้วนปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  5. ควรสระผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด ไม่แต่งหน้า ทาเล็บ หรือใส่เครื่องประดับในวันผ่าตัด กรุณาเก็บของมีค่าไว้ที่บ้าน
  6. ใส่เสื้อผ้าที่หลวมและใส่สบายในวันผ่าตัด ไม่ควรใส่ชุดชั้นในชนิดที่รัดลำตัวแน่น หรือชนิดยาวตลอดลำตัว
  7. ระหว่างผ่าตัด ท่านจะนอนศีรษะราบ ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1ชั่วโมง
  8. ควรมาเตรียมตัวก่อนเวลาผ่าตัด 1 ชั่วโมง และกรณีที่ท่านมีอาการเจ็บป่วยปัจจุบันเช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ท้องเสีย มีแผลติดเชื้อ ฯลฯ กรุณาแจ้งให้พยาบาลทราบในวันผ่าตัด
  9. งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือด อาจมีผลให้แผลหายช้าลงกว่าปกติ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนผ่าตัด และต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  10. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ควรตื่นเต้นมากเกินไป และควรทราบว่าหลังผ่าตัดย่อมเกิดการบวมช้ำบริเวณแผล และการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการหายของแผลหรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

ข้อควรปฏิบัติหลังเข้ารับการผ่าตัด

  1. หลังการผ่าตัดควรเริ่มประคบเย็นทันทีเพื่อลดอาการบวมของแผล ท่านสามารถใช้เจลเย็นสำเร็จรูป (cool pack) วางบนผ้าสะอาดแล้วประคบ 20 นาที (หลีกเลี่ยงการกดแรงๆ ตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่) หลังจากนั้น พัก 20นาที แล้วประคบใหม่สลับกันไป โดยทำอย่างต่อเนื่องจนเข้านอน ประมาณ 2-3 วัน
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
  3. กรณีที่แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก งดทานของร้อน 24 ชม.แรก หลังผ่าตัดควรทานอาหารอ่อนๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวมากเพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากผสมน้ำหรือบ้วนน้ำเกลือทุกครั้งหลังทานอาหาร (สามารถแปรงฟันได้ปกติแต่ให้ระมัดระวังไม่ให้โดนแผลผ่าตัด)
  4. นอนในท่ายกศีรษะสูง ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัดให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ไม่คั่งอยู่ที่บาดแผล หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำและการนั่งเท้าคางในช่วงสัปดาห์แรก
  5. หลังการผ่าตัดเสริมคางประมาณ 3-5 วัน ท่านสามารถแกะพลาสเตอร์ที่ติดคางออกได้เอง โดยใช้น้ำอุ่นช่วยในการลูบเบาๆ ให้พลาสเตอร์ค่อยๆ ลอกออก
  6. รับประทานยาปฏิชีวนะ และยาลดบวมตามที่แพทย์สั่งจนครบ
  7. งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักๆ เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนที่บริเวณใบหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป
  8. เสริมคางแผลภายในแพทย์จะเย็บแผลด้วยไหมละลายจึงไม่จำเป็นต้องตัดไหม โดยไหมที่เย็บแผลจะค่อยๆ เริ่มหลุดออกเองประมาณ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป
  9. แพทย์จะนัดเข้ามาติดตามผลการผ่าตัด (Follow Up) 1เดือน(แผลภายใน), 3เดือน, 6เดือน ทั้งนี้ควรเข้ามาให้ตรงตามที่แพทย์นัด / กรณีแผลภายนอกแพทย์จะนัดตัดไหม 7 วัน

สนใจสอบถามข้อมูลบริการกับเรา
ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

โทรศัพท์
Back To Top