skip to Main Content

ศัลยกรรมหน้าอก

การเสริมหน้าอกเป็นศัลยกรรม เพื่อช่วยให้รูปร่างได้สัดส่วนมากขึ้นเพราะมีส่วนโค้งส่วนเว้าดูสมส่วน และง่ายต่อการแต่งตัว เนื่องจากหน้าอกก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของเพศหญิงได้ชัดเจน ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมเต้านมในคนที่ร่างกายแข็งแรงปกติถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ ปลอดภัย ความเสี่ยงน้อย และด้วยเทคนิคการผ่าตัดอย่างประณีตจะช่วยลดการบวมและลดความเจ็บปวด ซึ่งสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ชัดเจนหลังการพักฟื้นเพียงไม่กี่วัน  ในขณะที่การดูแลหลังการผ่าตัดก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน

ผู้ที่เหมาะกับบริการนี้
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • กรณีอายุมากกว่า 45 ปี จะต้องได้รับคำแนะนำจากทางแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกเล็ก
ผลลัพธ์ หน้าอกขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ รูปร่างได้สัดส่วนสวยงามขึ้น ภาพก่อนหลังการผ่าตัด
ระยะเวลาในการให้บริการ
  • ระยะเวลาผ่าตัด 2 ชั่วโมง
  • ระยะเวลานอนพักฟื้น 3 ชั่วโมง
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลลัพธ์ในทันที และหน้าอกเข้าที่ประมาณ 6-12 เดือนหลังผ่าตัด

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

รูปทรงกลม Round Implant

เสริมหน้าอกทรงกลม (Round type Silicone Implant) เหมาะกับคนที่มีเนื้อบริเวณหน้าอกอยู่บ้าง และเหมาะกับคนที่ต้องการความนูนของเนินด้านบนหน้าอกมากๆ ซิลิโคนทรงกลมจะให้เนินอกด้านบนที่ใหญ่และนูนกว่าซิลิโคนทรงหยดน้ำ

 

ข้อดี ข้อเสีย
  1. เป็นซิลิโคนแบบมาตรฐานของการเสริมเต้านมในปัจจุบัน ถ้าใส่ในปริมาณที่เหมาะสมก็สามารถทำให้ดูเป็นธรรมชาติได้เช่นเดียวกับทรงหยดน้ำ
  2. ราคาถูกกว่าทรงหยดน้ำ
  3. ซิลิโคนใส่ง่ายว่าทรงหยดน้ำ
  4. ไม่มีปัญหาเรื่องการบิดหมุน จึงไม่มีโอกาสมีปัญหาการผิดผิดรูปทรงเหมือนซิลิโคนทรงหยดน้ำ
1. อาจเห็นขอบบนของซิลิโคนได้ชัดเจนในกรณีที่ใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่ หรือเนื้อผิวหนังของเต้านมบาง

รูปทรงหยดน้ำ (Tear drop หรือ Anatomical Silicone Implant)

ซิลิโคนทรงหยดน้ำปัจจุบันมีทั้งหมด 9 แบบ 122 ขนาด หน้าอกทรงหยดน้ำ (Tear drop หรือ Anatomical Silicone Implant) เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสริมหน้าอกให้ดูใหญ่มาก และต้องการเพิ่มความนูนของเนินด้านบนหน้าอกให้น้อย ดูเป็นธรรมชาติ โดยในขนาดที่เท่ากันเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำจะให้ความนูนของเนินอกด้านบนที่น้อยกว่าเสริมหน้าอกทรงกลม แต่ช่วยให้ไม่เห็นขอบด้านบนชัดจนเกินไป เหมาะกับหน้าอกประเภท

  1. คนที่มีเต้านมหดรัด (Constricted Lower Pole Breast)
  2. คนที่มีเนื้อเต้านมหย่อนแต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง
  3. คนที่มีเต้านมอยู่บนทรวงอกอยู่ในระดับต่ำ (Low Breasted)
  4. คนที่ต้องการเสริมหน้าอกให้มีเนินหน้าอกน้อยดูเป็นธรรมชาติ ไม่เห็นเป็นก้อน เป็นขอบชัด

(เนื่องจากซิลิโคนทรงหยดน้ำจะวางบนทรวงอกในระดับที่สูงกว่าซิลิโคนทรงกลม จึงสามารถแก้ไขปัญหา เต้านมหดรัด เต้านมหย่อน และเต้านมต่ำ รวมทั้งยังให้รูปร่างเนินอกด้านบนไม่นูนเกินไปจึงดูเป็นธรรมชาติ)

ข้อดี ข้อเสีย
1. สามารถให้รูปทรงที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสริมในปริมาณมาก หรือไม่ต้องการให้เห็นเนินอกด้านบนเด่นชัดจนเกินไป

2. เหมาะกับคนผิวหนังหรือเนื้อเต้านมหย่อนคล้อยเล็กน้อยหรือปานกลาง จะช่วยแก้ไขให้ได้ทรงเต้านมที่ดีขึ้น

1. อาจเกิดการบิดหมุนผิดรูปทรงได้หลังผ่าตัดไปแล้ว อาจเกิดจากเทคนิคการผ่าตัดหรือ มีการขยับกล้ามเนื้ออย่างไม่เหมาะสม

2. ราคาแพงกว่าซิลิโคนทรงกลม เพราะแพร่หลายน้อยกว่า

3. ผ่าตัดใส่ยากกว่า ต้องใช้ความชำนาญของแพทย์มากกว่า

วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  1. Inframammary incision – การใส่ซิลิโคนเข้าไปทางใต้ราวนม
    การใส่ซิลิโคนเข้าทางใต้ราวนมเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อนน้อยกว่าการผ่าซิลิโคนเข้าทางอื่นของร่างกาย และยังช่วยปกปิดร่องรอยการผ่าตัดได้ดี หลังการผ่าตัดคนไข้มีการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
  2. Transaxillary incision – การใส่ซิลิโคนเข้าไปทางใต้รักแร้
    การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการใส่ซิลิโคนที่ใต้รักแร้ มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยปกปิดร่องรอยการผ่าตัด เพราะแผลผ่าตัดอยู่ในจุดที่เห็นได้ยาก การผ่าตัดนี้จะอยู่ที่ใต้รักแร้ ซึ่งรอยพับของรักแร้โดยธรรมชาติ จะกลมกลืนไปกับแผลผ่าตัดทำให้สังเกตเห็นได้ยาก
  3. Periareolar incision – การใส่ซิลิโคนเข้าไปทางหัวนม
    การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้ จะผ่าตัดเข้าทางฐานหัวนม ซึ่งสีผิวที่บริเวณดังกล่าวจะช่วยปกปิดร่องรอยการผ่าตัดได้ดี ผิวเนื้อบริเวณหัวนม และที่ฐานหัวนมอาจเห็นแผลเป็นได้ยากกว่าบริเวณอื่นของหน้าอก แต่เสี่ยงเรื่องการติดเชื้อมากกว่าวิธีอื่น

 

ข้อดี ข้อเสีย
แผลใต้ราวนม 1. เจ็บแผลน้อย พักฟื้นสั้น เพราะไม่ต้องเลาะเนื้อเยื่อเยอะ แผลหายง่าย การดูแลแผลและถุงซิลิโคนหลังผ่าตัดง่าย

2. สามารถใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่ได้

1. มองเห็นแผลเป็นที่หน้าอก ต้องใช้เวลารอให้หาย
แผลที่รักแร้ 1. แผลมองเห็นไม่ชัดจากด้านหน้า เป็นการซ่อนแผลเป็น 1. เจ็บแผลมาก ต้องพักฟื้นเพราะต้องมีการตัดเลาะเนื้อเยื่อเยอะกว่า การดูแลถุงซิลิโคนหลังต้องพันผ้าไว้นานกว่า

2. อาจพบปัญหาถุงซิลิโคนเคลื่อน หัวนมไม่อยู่ตรงกลางได้ถ้าการผ่าตัดไม่ดีพอ หรือการดูแลหลังผ่าตัดไม่ดีพอ แผลที่รักแร้อยู่ในตำแหน่งที่ดูแลยากกว่า

แผลที่ปานนม 1. ซ่อนแผลเป็นที่รอบปานนม 1. อาจพบปัญหาพังผืดเกาะและหดรัดรอบซิลิโคนมากกว่าวิธีอื่น ทำให้อายุการใช้งานซิลิโคนน้อยลง อาจมีอาการชาที่หัวนมได้

2. ไม่สามารถใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่ได้เพราะแผลมีขนาดจำกัด

ขั้นตอนการบริการ

2 ชั่วโมง

วางยานอนหลับ

3 ชั่วโมง

2 สัปดาห์

1 สัปดาห์

2 สัปดาห์

ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  1. แจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว ยาโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด หรือประวัติการแพ้ยา
  2. ผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, Coumadin, Plavix, วิตามินอี, น้ำมันตับปลา, ใบแปะก้วย หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น Voltaren, Brufen ฯลฯ ต้องหยุดยาอย่างน้อย 7-14 วันก่อนผ่าตัด
  3. การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดด้วยวิธีการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดคนไข้ต้องงดรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงขึ้นไป
  4. ควรอาบน้ำสระผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด งดใส่คอนแทคเลนส์ ไม่แต่งหน้า ทาเล็บ ทาโลชั่น ฉีดน้ำหอมหรือใส่เครื่องประดับในวันผ่าตัด กรุณาเก็บของมีค่าไว้ที่บ้าน
  5. วันผ่าตัดแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะหลวมๆ มีซิบหรือกระดุมด้านหน้าและใส่สบายๆ ที่สุด ไม่ควรใส่ชุดหรือกางเกงรัดรูป และไม่ควรขับรถมาเองผู้เดียว ต้องมีผู้ติดตามหรือญาติมาด้วยในวันผ่าตัด
  6. ควรมาเตรียมตัวก่อนเวลาผ่าตัด 1 ชั่วโมง และกรณีที่ท่านมีอาการเจ็บป่วยปัจจุบันเช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก เสมหะ ท้องเสีย มีแผลติดเชื้อ หรือเป็นประจำเดือน ฯลฯ กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันผ่าตัด อย่างน้อย 1-3 วัน
  7. งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือด อาจมีผลให้แผลหายช้าลงกว่าปกติ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนผ่าตัด และต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  8. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ควรตื่นเต้นมากเกินไป และควรทราบว่าหลังผ่าตัดย่อมเกิดการบวม ซึ่งต้องใช้เวลาในการหายของแผลหรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

ข้อควรปฏิบัติหลังเข้ารับการผ่าตัด

  1. หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะมีอาการปวด บวม และช้ำบริเวณ 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยอาการดังกล่าวจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
  2. กรณีแพทย์ปิดแผลด้วยก๊อซต้องระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำอย่างน้อย 3-5 วันหลังการผ่าตัด / แต่ถ้ากรณีที่แพทย์ปิดแผลด้วยแผ่นกันน้ำสามารถอาบน้ำได้ปกติ หากแผ่นปิดแผลหลุดร่อนหรือซึม ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่ หรือให้กลับมาทำความสะอาดและเปลี่ยนแผ่นปิดแผลได้ที่คลินิก หากแผลเปียกควรใช้ผ้าสะอาดซับบริเวณแผลให้แห้งทุกครั้ง
  3. หลังการผ่าตัดอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเจ็บคอได้ประมาณ 1-3 วันแรกหลังการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งนี้เป็นอาการข้างเคียงจากการดมยาสลบ
  4. หลังการผ่าตัดควรงดยกของหนักหรือกิจกรรมที่ต้องยกแขนสูง หลังการผ่าตัดประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังการผ่าตัด (โดยเฉพาะกรณีที่ผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อ)
  5. ควรงดออกกำลังกายหลังการผ่าตัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
  6. ควรสวมเสื้อในแบบไม่มีโครงเหล็ก(สปอร์ตบราหรือเสื้อในยางยืด Support) หลังทำหน้าอก 2-4 สัปดาห์ ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนเสื้อชั้นในแบบมีโครงสามารถใส่ได้หลังจากผ่าตัด 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  7. หลังการเสริมหน้าอกควรนอนหงายประมาณ 3-4 สัปดาห์ ไม่ควรนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพื่อป้องกันการกดทับของหน้าอกและทำให้หน้าอกเสียรูปทรงได้
  8. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 –2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือด อาจมีผลให้แผลหายช้าลงกว่าปกติ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  9. หลังการผ่าตัดในช่วง 1-3 เดือนแรกอาจจะเห็นแผลผ่าตัดชัดเจน โดยสีแผลอาจจะเข้มขึ้นหรือหนาขึ้นได้บ้างแล้วแต่บุคคล ซึ่งเป็นอาการปกติของแผลผ่าตัด หลังจากนั้นแผลจะค่อยๆ จางและนิ่มลงตามลำดับอาจใช้เวลา 8-12 เดือน ท่านสามารถดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์
  10. หลังจากการเสริมหน้าอกหากคนไข้ไม่มีอาการเจ็บแผลที่ผ่าตัดแล้ว สามารถนวดหน้าอกเบาๆ ได้ โดยไม่บีบนวดรุนแรงมากเกินไป (กรณีเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำไม่แนะนำให้นวด) *การนวดเต้านมลักษณะใดนั้นแพทย์จะพิจารณาไปเป็นกรณีตามความเหมาะสม
  11. รับประทานยาปฏิชีวนะ และยาลดบวมตามที่แพทย์สั่งจนครบ
  12. แพทย์จะนัดเข้ามาติดตามผลการผ่าตัด (Follow Up) 7 วัน*, 14 วัน* เพื่อทำความสะอาดแผลและเช็คไหมเย็บแผล ( โดยการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นไหมที่ใช้เย็บแผลแต่ละเคสไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม) จากนั้น แพทย์จะนัดติดตามผลการผ่าตัดเมื่อครบ 30 วัน, 3 เดือน, 6เดือน และ 1 ปี ทั้งนี้ควรเข้ามาให้ตรงตามกำหนดที่แพทย์นัด

สนใจสอบถามข้อมูลบริการกับเรา
ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

โทรศัพท์
Back To Top