skip to Main Content

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นการผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก เพื่อปรับรูปหน้า ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลงอย่างถาวร โดยแพทย์จะทำผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการเปิดแผลด้านในปากตรงแก้มและนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก

ไขมันของแก้ม (Bichat’s fat pad)  ตรงบริเวณที่อยู่ลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ไม่เหมือนกับไขมันที่โหนกแก้ม ซึ่งจะอยู่ตื้นใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งไขมันกระพุ้งแก้มนี้มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาแก้มป่อง

ผู้ที่เหมาะกับบริการนี้ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มป่อง ที่มีสาเหตุมาจากไขมันกระพุ้งแก้มที่มากเกินไป ทั้งนี้ปัญหาแก้มป่องอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น กล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ หรือกระดูกกรามมีขนาดใหญ่ดังนั้นจึงควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการประเมินอีกครั้ง
ผลลัพธ์ หน้าจะเรียวเล็กลง จะเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อเวลายิ้ม
ระยะเวลาในการให้บริการ ประมาณ 45 นาที
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลใน 4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนใน 8 สัปดาห์

ขั้นตอนการทำหัตถการ

  1. บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
  2. น้ำยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดให้ทั่วบนใบหน้า
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. เริ่มเปิดแผลตรงฟันกรามซี่ที่หนึ่งของฟันบนที่บริเวณกระพุ้งแก้ม แล้วลากลงมาเป็นเส้นตรงประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร โดยจะผ่านกล้ามเนื้อชิ้นเล็กๆ บางๆ ก่อน จากนั้นก็จะพบกลุ่มก้อนไขมันนี้ และค่อยๆ เลาะโดยรอบของพวงไขมันนั้น อาจตัดไขมันบางส่วนหรือตัดออกหมดทั้งพวงเลย ในกรณีคนที่มีไขมันบริเวณที่เหลือรอบๆมากก็อาจจะใช้วิธีการดูดไขมันร่วมด้วย โดยจะใช้ท่อดูดไขมันผ่านแผลในช่องปาก ซึ่งใช้การวิเคราะห์จากองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าแต่ละบุคคลด้วย
  5. ใช้จี้ไฟฟ้าตรงจุดที่ผ่าตัด เพื่อทำให้เลือดหยุดไหล
  6. เย็บปิดแผลด้วยการใช้ไหมละลาย
  7. นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการผ่าตัดนัดทำการติดตามผล 7 วัน หลังการผ่าตัด

ระยะเวลาการพักฟื้น

หลังการผ่าตัดจะมีอาการบวมหรืออาการเชียวช้ำได้ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยจะมากกว่าที่สุด 3-4วัน และจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เสริมคางแผลภายนอก ตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด / เสริมคางแผลภายใน ไม่ต้องตัดไหมเนื่องจากใช้ไหมละลาย โดยไหมที่เย็บแผลจะค่อยๆหลุดออกได้เอง ประมาณ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไปจนหมด

ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • งดยาในกลุ่มที่จะมีผลต่อการหยุดไหลของเลือด เช่นงดแอสไพริน  ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย  2 สัปดาห์งดวิตามิน , อาหารเสริมต่าง ๆ ทุกชนิด เช่น วิตามินอี, น้ำมันตับปลา, เมล็ดองุ่น, ใบแปะก๊วย, โสม ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือน
  • หากเป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีโรคประจำตัว จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเรื่องแผลหายยาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
  • หากมีประวัติแพ้ยาต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้ง
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด  เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล  และมีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณผ่าตัดลดลง  มีโอกาสทำให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดเลือด  หายช้า  และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วัน ก่อนผ่าตัด และ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • ควรแปรงฟันและบ้วนปากมาให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัด

ข้อควรปฏิบัติหลังเข้ารับการผ่าตัด

  • ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยประคบบริเวณคาง และตระหนักไว้ว่าอาจมีอาการบวมหรือมีอาการช้ำได้บ้างช่วง 3-7วันแรกเป็นอาการปกติ
  • เริ่มประคบอุ่นบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง ในวันที่ 3 หลังการผ่าตัด
  • หลังผ่าตัดควรงดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป
  • งดทานของร้อน ของเผ็ด และเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดและบ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดที่ปากแผลหรือติดที่ไหมเย็บแผล หรือเกิดการติดเชื้ออักเสบในกรณีช่องปากไม่สะอาด
  • รับประทานยาแกอักเสบและยาลดบวมตามที่แพทย์จัดให้ครบ หากมีอาการปวดก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนที่บริเวณใบหน้าสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

สนใจสอบถามข้อมูลบริการกับเรา
ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

โทรศัพท์
Back To Top